^ TOP BACK

Login Form

Vinaora Visitors Counter

0042276
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
48
87
511
40889
3317
3342
42276

Your IP: 54.80.230.32
Server Time: 2017-04-27 00:41:48

หน้า15 พระรามเดินดงครั้งที่สอง

9. พระรามเดินดงครั้งที่สอง

          เมื่อพิเภกได้ตรวจดวงชะตาของพระรามแล้วเห็นว่ามีเคราะห์จึงได้แนะนำให้ออกเดินป่าเป็นเวลาหนึ่งปี พระรามได้ทำตาม เมื่อพระลักษณ์ หนุมาน สุครีพ และ วานรสิบแปดมงกฏรู้ จึงได้ขอตามเสร็จ ระหว่างทางได้รบกับ ตรีปักกัน โอรสท้าวกุเวร เจ้านครกาลวุธ ได้ฆ่าตรีปักกันและท้าวกุเวรตายได้พบกับ กุมภัณฑ์นุราช ซึ่งเป็นยักษ์ที่ถูกพระอิศวรสาป ให้มาอยู่ในถ้ำทองมีอาณาเขตพันโยชน์ วันใดเมื่อพบกับพระนารายณ์อวตารมาได้ถวายบังคมแล้วจึงพ้นคำสาป กุมภัณฑ์นุราชได้รบกับหนุมาน เมื่อรู้ว่าหนุมานเป็นทหารเอกของพระรามจึงได้รีบบอกให้พาเข้าเฝ้า เมื่อได้ถวายบังคมและพ้นคำสาปแล้วจึงได้กลับไปสวรรค์ตามเดิม

          เมื่อเดินทางต่อมาได้พบกับวายุภักษ์ ครึ่งยักษ์ครึ่งนก ครองกรุงวิเชียรอยู่ที่เนินเขาจักรวาลได้พาบริวารมาพบกับพระราม พระลักษณ์ จึงคิดจะจับกินเป็นอาหารจึงได้บินโฉบลงมาจับเอาทั้งสององค์ สุครีพและหนุมานเห็นรีบตามไปช่วยเอาลงมาได้และได้และได้ฆ่าวายุภักษ์ตาย จากนั้นได้เดินทางต่อไปจนถึงสวนขวัญของท้าวอุณาราช เจ้ากรุงมหาสิงขร ได้เข้าไปพักผ่อนและเล่นน้ำ เจ้าหน้าที่ดูแลมาพบเข้ามาจึงได้เข้ามาทำร้าย แต่สู้ไม่ได้จึงหนีไปทูลท้าวอุณาราช ท้าวอุณาราชรีบยกกำลังพลออกมาต่อสู้กับพระราม แต่ถูกพระรามแผลงศรโดยใช้ต้นกกไปตรึงไว้กับแผ่นผาและสาปให้ติดอยู่นานถึงแสนโกฏิปี เมื่อครบหนึ่งปีตามกำหนด จึงได้เดินทางกลับกรุงอยุธทยา

          พระอินทร์ได้ขึ้นไปเฝ้าพระอิศวรเพื่อทูลให้ช่วยไกล่เกลี่ยพระรามกับนางสีดาให้คืนดีกัน พระอิศวรเห็นด้วยจึงได้สั่งให้จิตุราชไปรับนางสีดาขึ้นมาเฝ้าและได้รับฟังเรื่องทั้งหมดที่ทำให้เกิดแตกร้าวกัน และสั่งให้พระรามขึ้นมาเฝ้า พระรามได้ยอมรับผิดและขอโทษ ได้อ้อนวอนขอคืนดีกับนาง แต่นางสีดายืนยันไม่ยอมคืนดี พระอิศวรพิจารณาแล้วจึงได้ช่วยอ้อนวอนและขอร้องนางว่า...

                   จงฟังเราว่าสีดาเอ๋ย                           อย่าโกรธานักเลยนะโฉมศรี

                   อันพระภัสดาสามี                             ใช่ที่จะไม่รักอรไท

                   ช่วยกันบำรุงโลกา                             ถ้วนหน้าจะได้อาศัย

                   อย่าให้เทวาสุราลัย                            ร้อนใจนักเลยนะเทวี ฯ

ในที่สุดนางสีดาใจอ่อนยอมรับเทวโองการของพระอิศวร พระอิศวรจึงได้จัดการอภิเษกให้ใหม่ และอวยชัยให้พรขอให้ทั้งสองมีความสุขและรักกันตลอดไป

          กล่าวถึงกรุงไกยเกษ ระหว่างที่พระพรตและพระสัตรุด ได้มาช่วยรักษากรุงอยุทธยาคราวที่พระรามออกเดินทางครั้งที่สอง ท้าวคนธรรพ์นุราช เจ้ากรุง ดิศศรีสิน พร้อมด้วยวิรุณพัทโอรส ได้ออกประพาสป่า และยกทัพเลยมาตีเอากรุงไกษ ท้าวไกยเกษซึ่งชราภาพมาก ไม่สามารถต่อสู้กับศัตรูได้ จึงได้พาบริเวณหนีมาอาศัยอยู่กับพระฤษีโควินท์ และรีบส่งข่าวมาให้พระรามช่วยเหลือ พระรามเมื่อทราบข่าวได้ส่ง พระพรต พระสัตรุด พระมงกุฎ และพระลบ ยกทัพมาช่วยต่อสู้กับท้าวคนธรรพ์นุราช พระลบได้ต่อสู้กับวิรุณพัทตาย พระมงกุฎซึ่งเป็นนายทัพ ได้ออกรบกับท้าวคนธรรพ์นุราชและได้ฆ่าท้าวคนธรรพ์นุราชตาย เมื่อได้ชัยชนะ ทั้งหมดได้ยกกองทัพไปรับท้าวไกยเกษกลับเข้าเมืองท้าวไกยเกษดีใจที่บ้านเมืองปลอดภัย ได้ประทานเลี้ยงทหารและประทานเครื่องทรงให้กับสี่กษัตริย์หลังจากนั้งทั้งหมดได้กลับกรุงอยุทธยาเพื่อถวายรายงานกับพระราม พระรามได้พิจารณาแล้วเห็นว่าท้าวไกยเกษ ไม่มีใครช่วยดูแลราชการบ้านเมือง จึงสั่งให้พระพรตและพระสัตรุกลับมาช่วยราชการตามเดิม

          พระราม นางสีดา และโอรสทั้งสอง ได้ครองกรุงอยุทธยาด้วยความผาสุกตลอดมา.

 

 

Page >>1 >>2 >>3 >>4 >>5 >>6 >>7 >>8 >>9 >>10 >>11 >>12 >>13 >>14 >>15

หน้า14 กำเนิดพระมงกฏ พระลบ

8. กำเนิดพระมงกฏ พระลบ

          หลังทศกัณฐ์ตาย พิเภกได้เชิญพระรามเข้าประทับยังกรุงลงกาได้อภิเษกภิเภกขึ้นครอง โดยให้นามว่า    ทศคีรีวงศ์ และได้ประทานนางมณโฑ ให้เป็นมเหสีฝ่ายซ้าย โดยที่ไม่รู้ว่านางมีครรภ์ติดมานางตรีชาดาเป็นมเหสีฝ่ายขวา นางสีดาได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองให้ทุกคนได้รู้ว่าระหว่างที่อยู่กรุงลงกามิได้มีสิ่งใดที่ทำให้มัวหมองโดยการลุยไฟ หลังจากนั้นพระรามได้ยกทัพกลับกรุงอยุทธยา และครบกำหนดการเดินทางสิบสี่ปีพอดี ได้ประทานความดีความชอบและปูนบำเหน็จให้กับเหล่าทหารกล้า โดยให้หนุมานเป็นพระยาอนุชิต  จักรกฤษพิพรรธพงศา และแบ่งกรุงอยุทธยาให้ครองครึ่งหนึ่ง ให้สุครีพเป็น พระยาไวยวงศามหาสุรเดช ครองกรุงขีดขินกับนางดาราวดี

          ฝ่ายหนุมานเมื่อได้ครองกรุงอยุทธยาและขึ้นนั่งบัลลังก์แล้วรู้สึกร้อนรุ่มกายจึงขอคืนพระรามจึงได้แผลงศรไปสร้างเมืองให้ใหม่ ชื่อว่า นพบุรี วันหนึ่งพระยาอนุชิต (หนุมาน) ได้เข้าไปเที่ยวเล่นในอุทยานเห็นพรรณไม้ดอกไม้ผลขึ้นอยู่ดารดาษจึงคิดไปปีนป่ายเล่น ได้ถอดมงกุฎฝากนางกำนัลไว้ ขณะที่เก็บมะม่วงและโยนลงมาข้างล่าง ยางมะม่วงได้หยดลงมาถูกศีรษะ พระยาอนุชิตได้เอามือเช็ดแต่ไม่ถนัด จึงได้ยกเท้าขึ้นช่วย บรรดานางกำนัลเห็นต่างก็พากันหัวเราะและแอบกระซิบให้กันดู พระยาอนุชิตเห็นก็รู้สึกอาย เพราะเป็นการผิดวิสัยที่กษัตริย์จะทำเช่นนั้น จึงได้เข้าเฝ้าพระรามเพื่อขอลาบวช พระรามได้ปรึกษากับพระฤษีทิศไพ พระฤษีตอบว่ามีแต่มนุษย์เท่านั้นที่จะบวชได้ พระยาอนุชิตจึงได้แปลงกายเป็นมนุษย์แล้วบวช บำเพ็ญพรตอยู่ที่เขามณฑป ใกล้กับอาศรมของพระฤษีทิศไพที่เขามรกต

          ต่อมากรุงลงกาเกิดกบถ เพราะไพนาสุริยวงศ์ ลูกสุดท้ายกับนางมณโฑและทศกัณฐ์ ได้ร่วมมือกับวรณีสูรพี่เลี้ยง และท้าวจักรวรรดิ เจ้ากรุงมลิวัน สหายรักของทศกัณฐ์ ใสขีลพิเภกจำตรุไว้ และตั้งให้ไพนาสุริยวงศ์ขึ้นครองแทน นามว่า ทศพิน อสุรผัด บุตรของพระยาอนุชิตที่เกิดกับนางเบญกายรู้รีบมาแจ้งข่าวพระยาอนุชิตรีบลาบรรพชิต ได้ทูลเรื่องทั้งหมดให้พระราม พระรามได้ส่งพระพรต พระสัตรุดและเหล่าเสนาวานรมาปราบ ได้จับไพนาสุริยวงศ์ประหารชีวิตพร้อมพี่เลี้ยง

          กล่าวถึงนางอดูรปีศาจ ซึ่งเป็นลูกของชิวหากับนางสำมนักขา มีความเจ็บแค้นที่พระรามได้สังหารโคตรวงศ์ยักษ์ของตนล้มตายเป็นจำนวนมาก จึงคิดแก้แค้นโดยการแปลงกายเป็นนางกำนัลเข้ามารับใช้กับนางสีดา เมื่อได้ใกล้ชิดก็ชวนพูดคุยถึงเรื่องระหว่างที่นางสีดาอยู่กรุงลงกา เมื่อได้โอกาสเหมาะก็หลอกให้นางสีดาเขียนรูปทศกัณฐ์ แล้วเข้าไปสิงในภาพนั้น นางสีดาจะลบอย่างไรก็ลบไม่ออก เมื่อพระรามกลับจากประพาสป่านางสีดาจึงรีบนำภาพนั้นเข้าไปซ่อนไว้ใต้แท่นบรรทม เมื่อพระรามเข้าที่ประทับก็รู้สึกร้อนรุ่มกายจนทนไม่ไหว จึงลุกขึ้นตวาดพวกนางกำนัลแล้วคว้าพระขรรค์เข้าไล่แทง นางสีดาตกใจรีบบอกพระลักษณ์ พระลักษณ์เข้ามาทูลถามเมื่อรู้เรื่องจึงได้บอกให้ช่วยกันค้นหาสาเหตุ จนกระทั่งค้นพบรูปทศกัณฐ์ใต้แท่นที่บรรทมจึงได้ถวายพระราม พระรามกริ้วสั่งให้ถามหาผู้ที่บังอาจวาดรูปทศกัณฐ์ นางสีดาได้ยอมรับและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง พระรามไม่เชื่อหาว่านางยังมีใจผูกพันอยู่กับพญายักษ์ จึงได้ด่าว่านางสีดาไปด้วยความโกรธ...

                   เหม่เหม่ดูดู๋อีทรลักษณ์                        ชั่วช้าอัปลักษณ์หยาบใหญ่

                   เสียแรงกูรักดังดวงใจ                          ควรฤาเป็นได้ถึงเพียงนี้

                   ลอบเขียนรูปชู้ไว้ชมเล่น                       ครั้นเห็นซัดใส่เอาทาสี

                   อนิจจาไม่รู้ว่ากากี                             เสียทีไปตามเอามึงมา

                   ทำศึกปิ้มปางตัวตาย                          กลับเป็นแสนร้ายสองหน้า

                   แม้นแจ้งว่ารักอสุรา                           กูจะรับมึงมาด้วยอันใด

          แล้วสั่งให้พระลักษณ์นำนางไปประหารชีวิตที่ป่ากาลวาต แต่พระลักษณ์ไม่อาจฆ่านางได้เพราะรู้ว่านางกำลังตั้งครรภ์ ก่อนจากระลักษณ์ยังได้แสดงความห่วงใยนางสีดาว่า

                   สงสารแต่องค์พระพี่                           จะจรลีผู้เดียวในกลางป่า

                   กรำฝนทนแดดเวทนา                         อนาถาลำบากด้วยกันดาร

                   จะผินพักตร์ไปพึ่งผู้ใด                         อาศัยอยู่กินเป็นถิ่นฐาน

                   จะลำบากยาใจทรมาน                       สงสารเป็นพันพันทวี ฯ

          พระอินทร์เมื่อรู้ข่าวรีบแปลงกายเป็นมหิงสา (ควาย) มาพานางไปสู่อาศรมของพระฤษีวัชมฤค เมื่อพระฤษีได้พบนางสีดาและทราบเรื่องทั้งหมดจึงได้เนรมิตศาลาให้นางพักอาศัยอยู่ใกล้ๆ นางสีดามาอาศัยอยู่ไม่นานก็ประสูติโอรส ต่อมานางสีดามีธุระจะไปที่ท่าน้ำจึงได้นำโอรสมาฝากพระฤษีไว้ พระฤษีรับปากแล้วก็นั่งหลับตาบำเพ็ญศีลต่อไป เมื่อนางสีดาเดินทางไปที่ท่าน้ำได้พบกับฝูงวานรเอาลูกเกาะหลังแล้วกระโดดห้อยโหนไปมานางสีดาเกรงว่าจะได้รับอันตรายจึงได้ร้องบอก แต่ฝูงวานรกลับพูดย้อนกลับมาว่านางสีดานั่นแหละที่ปล่อยให้ลูกอยู่กับพระฤษีที่กำลังเข้าฌาณน่าจะได้รับอันตรายมากกว่า นางสีดาได้ยินก็รู้สึกเป็นห่วงโอรสจึงได้เดินกลับมาแอบอุ้มเอาไป ครั้นพระฤษีลืมตามขึ้นมาอีกครั้งมองไม่เห็นกุมารน้อยก็ตกใจ ลุกขึ้นออกเที่ยวตระเวนหาไปทั่วบริเวณก็ไม่พบ เกรงว่าเมื่อนางสีดากลับมาไม่พบเข้าจะเสียใจ จึงรีบแก้ไขปัญหาด้วยปรีชาไว รีบหยิบกระดานมาเขียนรูปกุมารน้อยและเตรียมจะทำพิธีชุบในกะลาไฟ ฝ่ายนางสีดาเมื่อทำธุระเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พาลูกน้อยกลับมา พระฤษีเหลือบไปเห็นนางอุ้มกุมารน้อยอยู่ก็ต่อว่า แอบมาอุ้มไปโดยไม่บอกกล่าว เมื่อยู่ดีทั้งแม่และลูกก็ดีแล้วจะได้เลิกพิธีชุบกุมาร แต่นางสีดาห้ามไว้ขอให้ทำพิธีต่อไปเพื่อลูกน้อยจะได้มีเพื่อนล่นในป่าแห่งนี้ พระฤษีตามใจจึงได้ทำพิธีต่อไปจนเสร็จแล้วอุ้มมาส่งให้กับนาง นางสีดาดีใจรีบรับไว้และขอให้พระฤษีช่วยตั้งชื่อลูกรักทั้งสอง พระฤษีไม่ขัดจึงได้ตั้งให้...

                   เลือกหาที่เป็นศรีสวัสดิ์                        โดยนามกษัตริย์มหาศาล

                   ได้ทั้งอายุบริวาร                              เปล่าปลอดจากกาลกิณี

                   จึ่งว่าลูกนางในอุทร                           นามกรมงกุฎเป็นพี่

                   อันรูปซึ่งชุบในอัคคี                            มีนามชื่อลบอนุชา ฯ

          ครั้นสองกุมารเจริญวัยอายุได้สิบปี จึงได้ฝากตัวเป็นศิษย์กับพระฤษีวัชมฤค ได้เล่าเรียนวิชาคาถาอาคมและศรศิลป์ จนมีความรู้และเชี่ยวชาญ พระฤษีจึงได้ทำพิธีชุบศรให้คนละเล่มก็ถือว่าเป็นอันสำเร็จการศึกษา ต่อมาสองกุมารขออนุญาตมารดาไปเที่ยวป่า พระมงกุฎจึงได้ประลองศรยิงต้นรังใหญ่ขนาดแสนอ้อม โค่นลงเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งไตรภาพ พระรามได้ยินจึงได้ทำพิธีปล่อยม้าอุปการมาสืบข่าวหาผู้ที่บังอาจประลองฤทธิ์ และให้พระพรต พระสัตรุด หนุมานตามมาด้วย เมื่อพระหนุมานตามมาเห็นพระมงกุฎกำลังจับม้าขี่มีพระลบเดินตาม ก็ตรงเข้าไปจับตัวหมายจะมาถวายพระราม แต่ถูกหวดด้วยศรสลบไปถึงสองครั้ง และถูกจับมัดมือด้วยเถาวัลย์ แล้วสาว่าอย่าให้ใครแก้ได้นอกจากผู้เป็นนายเท่านั้น พระรามรู้รีบส่งคนมาจับตัวสองกุมาร แต่จับได้เพียงพระมงกุฎ ส่วนพระลบหนีรอดไปได้ พระรามจับพระมงกุฎมัดและพาแห่ประจานไปทั่วเมืองสั่งให้ใส่เครื่องพันธนาการไว้ครบสามวันเตรียมจะประหาร พระลบรีบเดินทางกลับไปบอกมารดา นางสีดาได้ถอดแหวนออกสั่งให้พระรีบรีบนำมาให้พระมงกุฎสวม พระลบได้แอบถอดแหวนใส่หม้อน้ำที่นางรำภานางอัปสรที่พระอินทร์ได้สั่งให้มาช่วยกำลังจะนำน้ำไปให้พระมงกุฎดื่ม พระมงกุฎเมื่อดื่มน้ำมองเห็นแหวนของมารดาก็รีบนำมาสวมเมื่อหลุดจากเครื่องพันธนาการแล้วก็รีบหนีกลับมา พระรามรู้ได้ตามมาจนถึงอาศรม ถามไถ่จนรู้ว่าเป็นพ่อลูกกันจึงได้เข้าไปอ้อนวอนขอโทษนางสีดาเพื่อให้ยกโทษให้และให้กลับไปที่กรุงอยุทธยาด้วยกัน แต่นางสีดาไม่ยอม แม้พระฤษีวัชมฤคและโอรสทั้งสองจะพูดอ้อนวอนอย่งไรก็ไม่เป็นผล ในที่สุดพระรามจึงได้ขอพาพระมงกุฎและพระลบไปอยู่ในเมืองด้วย

          อีกไม่นานพระรามแกล้งทำว่าสิ้นพระชนม์ นางสีดารู้ตกใจและเสียใจยิ่งนักได้รีบเข้ามาร้องไห้คร่ำครวญที่ข้างพระโกศ พระรามแอบอยู่มองเห็นจึงได้รีบออกมาพบนาง นางสีดาเมื่อรู้ว่าเป็นแผนลวงก็โกรธออกวิ่งหนีไป พระรามไล่ตามจับ ในที่สุดนางจึงได้อธิษฐานให้แผ่นดินแยกแล้วลงไปขออาศัยอยู่กับท้าววิรุณนาค กรุงบาดาล พระรามสั่งให้หนุมานตามไปเมื่อพบจึงได้ฝากนางไว้กับท้าววิรุณนาค

 

 

Page >>1 >>2 >>3 >>4 >>5 >>6 >>7 >>8 >>9 >>10 >>11 >>12 >>13 >>14 >>15

หน้า12 ศึกลงกา

7. ศึกลงกา

          ต่อมาพระรามคิดจะสำรวจทางเพื่อจะข้ามไปยังกรุงลงกา จึงคิดที่จะส่งข่าวให้นางสีดารู้ได้สั่งให้   หนุมาน องคต และ ชมพูพาน นำแหวนและผ้าสไบไปให้นางสีดา หนุมานได้ออกเดินทางไปจนถึงกรุงลงกาได้ตามหาทั่วทุกปราสาทราชวังแต่ไม่พบ จึงได้เหาะไปถาม พระฤษีนารท ที่เขา โอฬส จึงรู้ว่านางสีดาถูกพาตัวมาไว้ที่อุทยาน เมื่อมาถึงเห็นทศกัณฐ์กำลังเกี้ยวนางสีดาอยู่ โดยหลอกล่อนางด้วยตำแหน่งเอกอัครมเหสีและทรัพย์ศฤงคารเพื่อให้นางใจอ่อนเมื่อนางปฏิเสธก็ถึงกับยอมก้มลงกราบ นางสีดาทนความรบเร้าและความคับแค้นใจไม่ไหวจึงได้ตัดสินใจออกมาผูกคอตายหนุมานจึงได้เข้าช่วยไว้ทันและถวายแหวน พร้อมบอกข่าวเรื่องที่พระรามกำลังจะเดินทางมาช่วย หลังจากนั้นหนุมานคิดจะหยั่งกำลังของข้าศึกว่ามีฤทธิ์เดชมากน้อยเพียงใด จึงเข้าไปทำลายอุทยานและฆ่าสหัสกุมารลูกของทศกัณฑ์ที่คอยดูแลนางสีดาตายหมด แล้วแกล้งทำให้ทศกัณฑ์จับได้แล้วหลอกให้ฆ่าโดยการจุดไฟเผาตัว เมื่อไฟลุกหนุมานก็ออกวิ่งไปทั่วปราสาทราชวัง จนทำให้ไฟลุกท่วมกรุงลงกาเสียหายยับเยิน ทศกัณฑ์ต้องพามเหสีและนางกำนัลน้อยใหญ่หนีไปอยู่ที่เขาสัตนาเป็นการชั่วคราว จากนั้นได้สั่งให้พระวิษณุกรรมลงมาสร้างเมืองให้ใหม่ เมื่อสร้างกรุงใหม่เรียบร้อยแล้วจึงได้กลับลงมาสร้างเมืองให้ใหม่ เมื่อสร้างกรุงใหม่เรียบร้อยแล้วจึงได้กลับลงมาจัดงานเฉลิมฉลองเป็นการใหญ่

          อีกไม่นานต่อมาทศกัณฐ์ฝันร้ายได้เรียกพิเภกมาทำนาย พิเภกทำนายว่ากรุงลงกาจะเกิดเหตุร้าย และจะสูญเสียเผ่าพงศ์อสุรีไปเป็นจำนวนมาก จึงได้แนะให้ทศกัณฐ์ส่งตัวนางสีดาคืนไป แต่ทศกัณฐ์ไม่ยอม ซ้ำยังสั่งให้ปลดออกจากตำแหน่งและขับไล่พิเภกออกจากเมืองและสั่งให้นางตรีชาดา (ตรีชฎา) มเหสีพิเภก ไปเป็นนางกำนัลรับใช้นางสีดาในอุทยาน พิเภกเมื่อถูกขับไล่ก็หนีไปขออยู่กับพระราม

          ทศกัณฐ์คิดจะตัดศึกพระราม จึงสั่งให้นางเบญกาย ธิดาพิเภก แปลงกายเป็นนางสีดาแกล้งตายลอยมาติดที่ท่าสรง พระรามเห็นก็ตกใจวิ่งเข้าไปอุ้มศพและร้องไห้พร่ำรำพันด้วยความเสียใจจนสลบไป เมื่อฟื้นขึ้นมาจึงได้ด่าว่าหนุมานทำงานเกินสั่งไปเผากรุงลงกาทำให้ทศกัณฐ์เกิดความเคียดแค้นจนถึงกับฆ่านางสีดา แต่หนุมานสังเกตเห็นความผิดปกติว่าไม่ใช่นางสีดา เพราะถ้าเป็นศพของคนตายจริงจะต้องเน่าพองและมีกลิ่นเหม็น และศพตายลอยทวนน้ำขึ้นมา จึงขอพิสูจน์โยการเอาขึ้นเผาไฟ นางเบญกายทนร้อนไม่ไหวก็เหาะหนีไปหนุมานเห็นรีบตามไปจิกผมเอาตัวลงมา พระรามสั่งสอบสวนให้เอาความจริงนางเบญจกายสารภาพถูกทศกัณฐ์ใช้มา พระรามสั่งให้พิเภกผู้เป็นบิดาพิจารณาโทษ พิเภกสั่งให้ประหารชีวิตนาง แต่พระรามยกโทษให้ และสั่งให้หนุมานพาตัวนางไปสั่งที่กรุงลงกา ระหว่างหนุมานได้เข้าเกี้ยวนางและได้นางเป็นภรรยา ต่อมามีบุตรด้วยกันชื่อ อสุรผัด

          พระรามได้ปรึกษาการศึกกับ พระลักษณ์ พิเภก และ เสนาวานรสิบแปดมงกุฎ ชามพูวราชจึงให้แนะให้จองถนนข้ามฝั่งไปยังกรุงลงกา พระรามเห็นชอบด้วยจึงสั่งให้หนุมานและนิลพัทรับผิดชอบร่วมกัน แต่นิลพัทกับหนุมานเกิดทะเลาะวิวาทกัน สาเหตุเพราะนิลพัทนึกเคืองที่หนุมานบังอาจสะกดเอาท้าวชมพู บิดาบุญธรรม ไปถวายพระรามทั้งแท่นบรรทม พระรามจึงลงโทษให้นิลพัทกลับไปรั้งกรุงขีดขิน และรับหน้าที่ส่งเสบียงอาหารมายังกองทัพเดือนละครั้ง ส่วนหนุมานลงโทษโดยการสั่งให้จองถนนให้เสร็จภายในเจ็ดวัน หนุมานรีบเร่งให้เหล่าทหารขนหินโยนลงทะเลทั้งกลางวันและกลางคืนร่วมกัน นิลราช ทศกัณฐ์รู้ข่าวรีบสั่งให้ นางสุพรรณมัจฉา ธิดาของตนที่เกิดกับนางปลา ให้พาบริวารมาคาบก้อนหินไปทิ้ง หนุมานสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่ก้อนหินยุบหายไปเรื่อยๆ จึงได้ดำน้ำลงไปดู เห็นนางสุพรรณมัจฉาและบริวารกำลังคาบหินไปทิ้ง จึงชักตรีออกไล่จับนาง เมื่อจับได้นางจึงได้สารภาพและยอมคาบหินมาไว้ดังเดิม พร้อมทั้งสั่งให้บริวารช่วยจองถนนให้เรียบร้อย แต่มาหนุมานได้เข้าเกี้ยวนางและได้นางเป็นภรรยา นางสุพรรณมัจฉาได้ตั้งครรภ์และเกรงบิดาจะรู้จึงได้ไปสำรอกออกที่ริมทะเล บรรดาเทวดาเห็นก็สงสารจึงมาช่วยกันดู และตั้งชื่อให้ว่า มัจฉานุ เมื่อไมยราพ แห่งกรุงบาดาลมาพบเข้าจึงนำไปเลี้ยงไว้เป็นบุตรบุญธรรม

          เมื่อจองถนนเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระรามได้ยกทัพข้ามฝั่งมายังกรุงลงกา ได้จัดตั้งฐานทัพที่เขามรกตและได้ลาพรตได้ส่งองคตเข้าไปเป็นทูตเจรจา ขอให้ทศกัณฐ์ส่งนางสีดาคืน แต่ทศกัณฐ์ไม่ยอมสั่งให้นางมณโฑผู้เป็นมารดาออกมาเจรจา แต่องคตไม่ยอมเพียงแต่ขอถวายบังคมเท่านั้น ทศกัณฐ์จึงได้สั่งให้สี่เสนา เข้ารุมทำร้ายองคต แต่ถูกองคตฆ่าตาย ทศกัณฐ์แค้นใจจึงไปยก ฉัตรแก้ว มาบังกรุงลงกาไว้ให้มืดมือเพื่อมิให้ศัตรูเห็น แต่สุครีพได้อาสาขึ้นไปหักฉัตรนั้นได้

          ทศกัณฑ์คิดจะจำกัดฆ่าศึกจึงคิดไปปรึกษากับไมยราพแห่งกรุงบาดาลให้มาช่วย ไมยราพได้ช่วยโดยการสะกดทัพของพระรามและลักพาตัวพระรามไปยังกรุงบาดาลเพื่อสังหารโดยการต้มในน้ำเดือด หนุมานรู้รีบตามลงไปช่วย ระหว่างทางได้พบกับมัจฉานุบุตรของตนจนเกิดการสู้รบแต่ไม่มีใครแพ้ชนะกันหนุมานสงสัยจึงได้ถามเอาความจริงว่าเป็นใคร เมื่อรู้ประวัติจึงได้บอกมัจฉานุว่าตนนั้นเป็นบิดาแต่มัจฉานุไม่ยอมเชื่อ

                   เหม่เหม่ดูดูกระบี่ศรี                 มุสาวาทีก็เป็นได้

                   ถ้อยคำหยาบช้าไม่เกรงใจ           ใครจักเชื่อฟังวานร

                   แม้นหาวเป็นดาวเดือนตะวัน        ให้เห็นสำคัญประจักษ์ก่อน

                   เราจึงจะเชื่อว่าบิดร                 ทหารพระสี่กรอวตาร ฯ

     หนุมานจึงได้เหาะขึ้นไปแล้วหาวเป็นดาวเป็นเดือนให้ลูกเห็น มัจฉานุจึงเชื่อตามที่แม่เคยสั่งไว้แต่ไม่ยอมบอกทางเข้ากรุงบาดาลเพราะมีความกตัญญูต่อไมยราพ เพียงแต่พูดให้เข้าใจว่า

                   บิดาลงมาทางไหน                   ทางนั้นจะไปยังมีอยู่

                   จงเร่งพินิจพิศดู                      ก็จะรู้ด้วยปรีชาญาณ ฯ

 

 

Page >>1 >>2 >>3 >>4 >>5 >>6 >>7 >>8 >>9 >>10 >>11 >>12 >>13 >>14 >>15

หน้า13 ศึกลงกา(ต่อ)

ศึกลงกา (ต่อ)

          หนุมานจึงได้หักก้านบัวแล้วลอดไปตามไส้ของดอกบัวเข้าไปยังกรุงบาดาล ได้พบกับนางพิรากวน พี่สาวไมยราพ ซึ่งถูกไมยราพลงโทษ โดยการให้ออกมาตักน้ำไปใส่ในกระทะเพื่อต้มพระรามกับไวยวิกบุตรของตน นางพิรากวนได้บอกที่ซ่อนของพระราม หนุมานรู้รีบตามไปยังกรงเหล็กท้ายดงตาล ช่วยเหลือพระรามได้สำเร็จ และได้ฆ่าไมยราพตาย ด้วยความชอบนี้เองพระรามได้ถอดแหวนนพรัตน์จากนิ้วพระหัตถ์ขวาประทานให้กับหนุมานเป็นรางวัล และให้สัญญาว่าเมื่อเสร็จศึกกรุงลงกาแล้วจะแบ่งกรุงอยุธยาให้ครองครึ่งหนึ่งด้วย

          เมื่อสิ้นไมยราพ ทศกัณฐ์ได้ขอร้องให้ กุมภกรรณ น้องชายซึ่งเป็นอุปราชกรุงลงกามาช่วยทำศึก กุมภกรรณได้แสดงความคิดเห็นและขอร้องทศกัณฐ์ว่า

                   อันมูลศึกสงคราม                    ซึ่งลุกลามเคี่ยวเข็ญเข่นฆ่า

                   เป็นต้นด้วยนางสีดา                 ที่ไปลักพามาไว้

                   ใช่จะชิงสมบัติพัสถาน               ศฤงคารบริวารนั้นหาไม่

                   พระองค์จงส่งนางไป                ให้แก่พระรามผู้สามี

                   จะสิ้นเสี้ยนสิ้นศึกภัยพาล           ไม่รำคาญใต้เบื้องบทศรี

                   ทั้งจะได้เป็นมิตรไมตรี               ต้องที่ในทศธรรมา ฯ

          แต่ทศกัณฐ์ไม่ยอมกลับด่าว่ากุมภกรรณไม่รู้สึกเจ็บแค้นและรักพวกพ้อง ในที่สุดกุมภกรรณก็ต้องออกรบ ได้ยกทัพมาต่อสู้กับพระรามเกือบจะได้ชัยชนะหลายครั้ง ได้ไปทำพิธีลับหอกโมกขศักดิ์ที่เชิงเขาพระสุเมรุใกล้ริมฝั่งแม่น้ำสีทันดร แต่ไม่สำเร็จเพราะถูกหนุมานและองคตแปลงกายเป็นกาจิกสุนัขเน่าลอยไปติดที่โรงพิธี กุมภกรรณ ผู้ซึ่งรักความสะอาดยิ่งนัก ทนไม่ไหวแทบอาเจียนจึงได้เลิกพิธี ได้ไปทำพิธีทดน้ำ แต่ถูกหนุมานตามไปจับได้ท้ายสุดออกรบตายด้วยศรพรหมาสตร์ของพระราม ทศกัณฐ์เสียใจยิ่งนักจึงสั่งให้อินทรชิตออกรบ แต่อินทรชิตต้องศรพรหมาสตร์เสียชีวิต หลังปลงศพอินทรชิตที่เขานิลกาลาแล้ว ทศกัณฐ์ได้ขอร้องให้มูลพลัม อุปราชแห่งกรุงปางตาล น้องสหัสเดชะ ซึ่งเป็นสหายรักมาช่วยแต่ทั้งสองถูกฆ่าตายหมด

          ทศกัณฐ์จึงได้สั่งให้แสงอาทิตย์ โอรสของพระยาขรแห่งกรุงโรมคัลซึ่งมีแว่นวิเศษเป็นอาวุธมีอานุภาพมากเมื่อฉายส่องไปที่ใดและถูกใครผู้นั้นก็จะตายทันทีให้มาช่วยทำศึก แต่แสงอาทิตย์ถูกฝ่ายพระรามซ้อนแผน โดยส่งองคตปลอมตัวเป็นจิตรไพรี พี่เลี้ยงขึ้นไปลวงเอาแว่นวิเศษจากพระพรหมซึ่งแสงอาทิตย์ได้ฝากไว้ ทำให้แสงอาทิตย์ไม่สามารถต่อสู้กับศัตรูได้ จึงถูกฆ่าตายพร้อมพี่เลี้ยง

          สิ้นแสงอาทิตย์ ทศกัณฐ์ได้ส่งสาส์นไปหาท้าวสัตลุง เจ้ากรุงจักรวาลและตรีเมฆ โอรสของตรีเศียร แห่งกรุงมัชชวารีมาช่วยรบ แต่ถูกฝ่ายพระรามฆ่าตายหมด ทศกัณฐ์จึงคิดไปทำพิธีอุโมงค์เพื่อชุบกาย ให้กายสิทธิ์เป็นเวลาเจ็ดวันที่ถ้ำในภูเขานิลกาลา แต่ถูกหนุมาน สุครีพ และนิลนนท์ ไปทำลายตบะกิจพิธีโดยการไปพานางมณโฑมาปลุกปล้ำต่อหน้า ทศกัณฐ์ทนไม่ไหวลุกขึ้นไล่ตีสามกระบี่แล้วพานางมณโฑกลับเมือง

          หลังจากนั้นได้ไปขอร้องให้ท้าวสัทธาสูร เจ้ากรุงอัสดงค์ และวิรุญจำบัง โอรสของพระยาทูษณ์ แห่งกรุงจารึก แคว้นชนบท มาช่วยทำศึก แต่ทั้งสองถูกหนุมานฆ่าตาย ทศกัณฐ์จึงได้ไปทูลเชิญ ท้าวมาลีวราช (มาลีวัคคพรหม) ผู้เป็นใหญ่แห่งเทพคนธรรพ์ที่เขายอดฟ้า ซึ่งเป็นผู้มีวาจาสิทธิ์เอ่ยปากว่าผู้ใดก็เป็นไปตามนั้นทุกประการ มาตัดสินคดีความระหว่างตนกับพระราม ท้าวมาลีวราชได้สั่งให้รับตัวนางสีดามาด้วย ท้าวมาลีวราชเมื่อได้ฟังความทั้งสามฝ่ายแล้วก็เชื่อได้ว่าทศกัณฐ์เป็นผู้ผิดและกล่าวถ้อยคำล้วนเป็นเท็จทั้งสิ้น จึงได้ตัดสินให้ทศกัณฐ์ส่งตัวนางสีดาคืน แต่ทศกัณฐ์ยังคงดื้อดึงดันไม่ยอม จนกระทั่งท้าวมาลีวราชโกรธ ลุกขึ้นกระทืบบาทพร้อมกับสาปไปว่า

                   เหวยอ้ายทรชนคนพาล             มึงมาดื้อด้านเจรจา

                   เสียแรงเป็นวงศ์พรหมเมศ           ลือเดชทั่วทศทิศา

                   สมบัติพัสถานเขาโอฬาร์            ควรฤายังว่าไม่รักยศ

                   จะว่าให้ดีสิไม่ฟัง                     โอหังหาบช้างสาหส

                   พาอ้ายจัญไรใจคด                   เอาแต่ทรยศมาใส่ตัว

                   ความเจ็บความตายก็หาไม่          กราบไหว้สตรีท่วมหัว

                   ลุแก่โลภหลงเมามัว                  ถือเอาที่ชั่วเป็นดี

                   เมื่อมึงพอใจทรลักษณ์               ไม่รักสุริยวงศ์ยักษี

                   ขอให้วิบัติอัปรีย์                     อย่ามีซึ่งสิ่งสถาวร

                   มาตรแม้นจะออกต่อยุทธ์           ให้ตายด้วยอาวุธแสงศร

                   ขององค์พระรามสี่กร                พ่ายแพ้ฤทธิรอนทุกวันไป ฯ

          ทศกัณฐ์กลับถึงกรุงลงกา จึงคิดไปลับหอกกบิลพัทที่หาดทรายกรดเชิงเขาพระสุเมรุ เมื่อตั้งพิธีไฟแล้ว ทศกัณฐ์ได้ปั้นรูปเทวดาและนางฟ้าโยนเข้าไปทำให้เทพทั้งหลายได้รับความทุกข์ทรมานไปตามๆ กัน จึงพากันมาทูลพระอิศวร พระอิศวรได้ตรัสสั่งให้เทพบุตรพาลีไปทำลายพิธี เมื่อออกรบอีกครั้งทศกัณฐ์ได้พุ่งหอกกบิลพัทมาหมายสังหารพิเภก เพราะมีความโกรธแค้นที่ไปบอกความลับให้กับศัตรูหลายครั้ง แต่พระลักษณ์เห็นรีบเอากายเข้ารับไว้จนสลบ พิเภกได้บอกยาให้แก้ไขให้ฟื้นขึ้นมาได้

          หลังจากนั้นทศกัณฐ์ได้ส่งสารไปขอความช่วยเหลือจาก ท้าวทัพนาสูร แห่งกรุงจักรวาลมาช่วยรบ แต่ถูกฆ่าตาย นางมณโฑจึงได้ช่วยทำพิธีสัญชีพ (หุงน้ำทิพย์) เพื่อชุบคนตายให้ฟื้นมาช่วยทศกัณฐ์ทำศึก ทศกัณฐ์ดีใจรีบจัดตั้งโรงพิธีให้ นางมณโฑรีบตั้งจิตบริกรรมและสั่งสามีห้ามีเสน่หาต่อกันระหว่างทำพิธี เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วได้สั่งให้ทหารยักษ์นำไปส่งให้ทศกัณฐ์ที่สนามรบ ทศกัณฐ์ดีใจรีบนำน้ำทิพย์ไปประพรมผู้ที่ตายใหม่ตายเก่าต่างก็ลุกขึ้นมาช่วยกันสู้รบกับกองทัพพระราม เมื่อตายทศกัณฐ์ก็ประพรมน้ำทิพย์ลงไปเรื่อยๆ จนพระรามไม่สามารถจะปราบได้หมด จึงได้ส่งหนุมานไปทำลายพิธีโดยแปลงกายเป็นทศกัณฐ์เข้าไปสมสู่กับนางมณโฑ พิธีจึงต้องเลิกไป

          ทศกัณฐ์ได้ยกทัพออกมารบกับพระราม และถูกศรของพระรามจนร่างกายขาดออกจากกันแต่ก็ไม่ตาย พระรามสงสัยจึงได้ถามพิเภก พิเภกบอกว่าเพราะทศกัณฐ์ได้ถอดหัวใจฝากไว้กับพระฤษีโคบุตรที่กุฎีกลางป่า หนุมานและองคตจึงได้อาสาไปเอากล่องดวงใจจากพระฤษีมาได้ และได้วางแผนร่วมกันกับพระรามลวงทศกัณฐ์โดยแกล้งยอมเข้าไปสวามิภักดิ์ ทศกัณฐ์หลงเชื่อยอมรับไว้เป็นบุตรบุญธรรมโดยไม่ยอมฟังเสียงทัดทานจากนางมณโฑ ได้อาสาออกรบและปะทะคารมกับพระลักษณ์อย่างเผ็ดร้อนทศกัณฐ์หลงเชื่อหนุมานว่าจะจับตัวพระรามมาถวาย ถึงกับยกปราสาทราชวัง ทรัพย์สมบัติ รวมทั้งนางสุวรรณกันยุมา ชายาของอินทรชิตให้ด้วย เมื่อหนุมานออกรบอีกครั้งได้วางแผนร่วมกับองคตและพระรามเผด็จศึกสังหารทศกัณฐ์พร้อมกับขยี้กล่องดวงใจจนทศกัณฐ์สิ้นลม งาที่ปักอยู่กับอกก็หลุดออก

 

 

Page >>1 >>2 >>3 >>4 >>5 >>6 >>7 >>8 >>9 >>10 >>11 >>12 >>13 >>14 >>15

หน้า11 พระรามเดินดง

6.พระรามเดินดง

          ท้าวมศรถครองราชย์สมบัติมานานจึงคิดจะอภิเษกพระรามขึ้นครองแทน นางไกยเกษีรู้รีบเข้าเฝ้าเพื่อขอทูลราชสมบัติให้กับพระพรตโอรสของตน และให้เนรเทศพระรามออกเดินดงเป็นเวลาสิบสี่ปี เพราะไปเชื่อคำยุยงของนางกุจจี (มนกรา) นางกำนัลค่อมของตน ที่มีความแค้นอาฆาตพยาบาทที่พระราม เคยประลองศรแล้วแล้วยิงให้หลังค่อมของนาง ตุงกลับไปข้างหน้าและตุงกลับไปข้างหลัง ท้าวทศรถไม่อาจขัดได้เพราะเคยรับปากนางไกยเกษีไว้ว่าจะยอมให้ตามที่นางขอทุกประการเพื่อให้นางได้สมความปรารถนาเป็นการตอบแทนความดีที่ นางไกยเกษีเคยเอาแขนสอดแทนเพลาศึกที่หัก เมื่อครั้งรบกับปทูตทันต์

          ท้าวทศรถเมื่อมอบราชสมบัตริให้กับพระพรต และพระรามได้ออกบวชและออกเดินดงไปพร้อมกับพระลักษณ์และนางสีดาแล้ว ก็ตรอมพระทัยจนสิ้นพระชนม์ และได้สั่งห้ามไม่ให้นางไกยเกษีและพระพรตขึ้นถวายพระเพลิง พระพรตและพระสัตรุดอยู่กรุงไกยเกษทราบข่าวว่าพระรามจะได้ขึ้นครองราชย์สมบัติก็ดีใจรีบกลับมา เมื่อมาถึงรู้เรื่องนางไกยเกษีมารดาได้ขอราชสมบัติให้กับตน จนบิดาต้องตรอมใจจนสิ้นพระชนม์ก็โกรธบันดาลโทสะเกือบฆ่านาง แต่บรรดาประยูรญาติได้ห้ามไว้ หลังเสร็จสิ้นงานถวายพระเพลิง พระพรตจึงรีบออกเดินทางไปตามทูลให้พระรามกลับมาครองราชย์สมบัติตามเดิม แต่พระรามไม่ยอมอ้างว่าได้ถวายสัจจะไว้กับพระบิดาแล้ว พระพรตไม่อาจขัดพระประสงค์ได้ จึงได้ทูลขอฉลองพระบาทมาแทน และทูลว่าจะขออยู่รักษาเมืองไว้แทนจนครบสิบสี่ปี หากพระรามไม่กลับตามสัญญาจะกระโดดเข้ากองไฟตาย พระราม พระลักษณณ์ และนางสีดาได้ออกเดินทางไปได้พบกับพรานกุขัน ซึ่งไปนำสามกษัตริย์ข้ามฝั่งไปพบกับ ภารัทวาชฤษี และเดินทางต่อไปอีกจนได้พบกับพระฤษีสรภังค์พระฤษีได้ชวนให้บำเพ็ญตบะกิจอยู่ด้วยกันแต่พระรามปฏิเสธและได้เดินทางต่อไปจนถึงฝั่งแม่น้ำโคทาวารี ได้แลเห็นอาศรมที่พระอินทร์มาเนรมิตถวาย จึงได้เข้าพักและบำเพ็ญศีลภาวนาอยู่ที่นั่น

         กล่าวถึงทศกัณฐ์ นึกอยากจะไปเที่ยวป่าแต่คิดห่วงเมือง จึงได้เรียก ชิวหา สามีของนางสำมนักขา ซึ่งเป็นน้องเขยให้มาเฝ้ากรุงลงกาไว้ ชิวหาเมื่อทำหน้าที่รักษาเมืองก็ได้ออกตระเวนดูความเรียบร้อยตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืนโดยมิได้หลับนอน จึงเกิดความง่วง แต่นึกเกรงจะมีศัตรูมารุกราน จึงได้เนรมิตกายให้ใหญ่แล้วแลบลิ้นปิดกรุงลงกาไว้ เมื่อทศกัณฐ์กลับมามองไม่เห็นกรุงลงกาก็ตกใจสั่งให้บริการตะโกนเรียกอยู่เป็นเวลานานแต่ไม่เห็นมีผู้ใดตอบรับ จึงได้ขว้างจักรออกไป

                                โชติช่วงสว่างทั้งแดนดิน                            ถูกลิ้นชิวหายักษี

                                ขาดกระเด็นไปจากอินทรีย์                          ก็สุดสิ้นชีวีทันใด ฯ

          เมื่อชิวหาตายทำให้นางสำมนักขาเป็นหม้าย ด้วยความโศกเศร้าและว้าเหว่ จึงได้ขออนุญาตทศกัณฐ์ออกเที่ยวป่า เพื่อตระเวนหาคู่ไว้ปลอบใจ แต่ไม่พบ จนกระทั่งนางเดินมาพบกับพระรามขณะเดินมาที่ท่าสรง จึงได้แปลงกายเป็นหญิงสาวสวยงามเข้าไปสนทนาและขอถวายตัว พระรามปฏิเสธอ้างว่าอยู่ในเพศบรรพชิตไม่ได้คิดถึงสิ่งเหล่านี้ แต่นางสำมนักขาไม่ละความพยายามคงอ้อนวอนและติดตามพระรามมาจนถึงอาศรม เมื่อมองเห็นนางสีดาซึ่งมีความสวยงามมากกว่าตนก็เกิดความอิจฉาและไม่พอจึง จึงเข้าไปทำร้ายทุกตีนาง นางสีดาตกใจร้องเรียกให้พระลักษมณ์มาช่วย พระลักษมณ์ได้ยินออกมาเห็นนางสีดาถูกทำร้ายก็รีบฉวยคันธนูออกมาไล่ตีนางจนล้มและใช้พระขรรค์ตัดกรรอนบาทจน หู จมูก ขาดเลือดไหล แล้ะวไล่ออกไปจนพ้นบริเวณอาศรม

         นางสำมนักขาได้ไปฟ้องพี่ชายทั้งสามคือ ทูษณ์ ขร และตรีเศียร ทั้งสามได้ยกกำลังพลมาปราบ แต่สู้พระรามไม่ได้ถูกฆ่าตายสิ้น นางสำมนักขาจึงได้ไปขอความช่วยเหลือจากทศกัณฐ์ โดยได้เล่าเรื่องเท็จทั้งหมดให้ฟัง พร้อมกับพร่ำรำพันถึงความงามของนางสีดา ทศกัณฐ์เมื่อเห็นนางสำมนักขาถูกทำร้ายก็โกรธเตรียมที่จะไปแก้แค้น ครั้นได้ยินนางสำมนักขาพรรณนาถึงความงามของนางสีดาความโกรธทั้งหลายที่จะไปแก้แค้นศัตรูก็ละลายหายไปสิ้น

                                อาวุธที่ถือนั้นตกลง                                  จะรู้ทันพระองค์ก็หาไม่

                                แต่คะนึงถึงโฉมประโลมใจ                            ฤาทัยเดือดดิ้นแดยัน

                                จึงถามว่ารูปนางสีดา                                ซึ่งงามล้ำฟ้าสรวงสวรรค์

                                กับมณโฑโสภาวิลาวัณย์                            จะละม้ายคล้ายกันประการใด ฯ

          นางสำมนักขาจึงได้บรรยายความงามของนางสีดา

                                จึ่งทูลว่านางสีดานี้                                   มีศรีเสาวภาคย์จำเริญตา

                                จะเปรียบเทียบพระลักษมีศรีสวัสดิ์                   พระสุรัสวดีเสน่หา

                                ทั้งโฉมสมเด็จพระอุมา                               น้องเห็นว่าดีกว่าทั้งสามองค์

                                จะจัดนางสามนางประมวลเข้า                       ไม่เทียมเท่าสีดานวลหง

                                แม้นใครได้เห็นนางโฉมยง                            จะงวยงงหลงลืมสมประดี

                                มีตาสองตานี้สุดรู้                                    ที่จะดูสิ้นงามมารศรี

                                ควรเป็นปิ่นสนมนารี                                 พระพี่เร่งตรึกตราอย่าช้าวัน ฯ

          ทศกัณฐ์เกิดความรักและหลงใหลในความงามของนางสีดาจึงได้สั่งให้ มารีศ แปลงกายเป็นกวางทองไปล่อที่อาศรม นางสีดาเห็นกวางทองก็นึกอยากได้จึงบอกพระรามให้ตามไป พระรามตามกวางเข้าไปจนถึงป่าลึก กวางทองหันมาพบกับพระรามก็ตกใจจนหน้ากลับกลายเป็นยักษ์ตามเดิม พระรามจึงแผลงศรไปสังหาร ก่อนกายกวางทองได้ร้องเป็นเสียงของพระรามให้ช่วย นางสีดาได้ยินเสียงร้อยของพระราม นึกเป็นห่วงจึงได้บอกพระลักษณ์ให้รีบตามไป ทศกัณฐ์ได้แอบคอยดูอยู่เมื่อเห็นเป็นโอกาสเหมาะจึงได้ออกมาลักพาตัวนางสีดาไปยังกรุงลงกา

         พระรามเมื่อกลับมาไม่พบนางสีดา จึงได้ออกตามหาได้พบกับ นกสดายุ ซึ่งบาดเจ็บจากการต่อสู้กับทศกัณฐ์เพื่อช่วยเหลือนางสีดา ระหว่างทางที่จะมาเฝ้าพระราม เมื่อได้บอกข่าวและถวายแหวนของนางสีดาให้แล้วก็สิ้นใจ

         พระราม พระลักษมณ์ ออกเดินทางตามหานางสีดา ได้พบหนุมานซึ่งได้มาถวายตัวเพื่อรับใช้ตามคำของมารดาที่ได้สั่งไว้ว่า หากใครมาทักสิ่งของในกายสามสิ่งคือ กุณฑล ขนเพชร เขี้ยวแก้ว ผู้นั้นคือพระนารายณ์อวตาร หนุมานได้พาสุครีพซึ่งถูกพาลีขับไล่ออกจากเมืองมาเฝ้าพระราม สุครีพได้เล่าเรื่องของตนที่เกิดขัดใจกับพาลีถวายพระรามและขอร้องให้พระรามช่วยสังหารพาลีให้ด้วยเพราะพาลีเคยผิดคำสาบานเรื่องนางดาราวดี

          ต่อมาพระรามได้ช่วยปราบพาลีได้สำเร็จ สุครีพจึงอาสาเกณฑ์ไพร่พลวานรของกรุงขีดขินมาถวาย แต่ติดขัดที่ กรุงชมพู ซึ่งท้าวชมพู เป็นหายรักของพาลี อาจไม่ยอมเชื่อเมื่อฟังข่าวการเสียชีวิตของพาลี พระรามจึงได้ส่งสารไปให้ท้าวชมพูมาเฝ้าแต่ท้าวชมพูไม่ยอม และไม่เชื่อว่าพระรามคือพระนารายณ์อวตาร หนุมานจึงได้ร่ายเวทมนตร์สะกดเอาท้าวชมพูมาถวายพระรามทั้งแท่นบรรทม ท้าวชมพูจึงยอมสวามิภักดิ์ ได้ยกกรุงชมพูและไพร่พลให้พระรามทั้งหมด ด้วยความชอบนี้ ทำให้พระรามได้ยกหัตถ์ขึ้นลูบหลังตลอดจนถึงหาง ทำให้หนุมานพ้นคำสาปของพระอุมา มีกำลังกลับคืนมาเหมือนเดิม

 

 

Page >>1 >>2 >>3 >>4 >>5 >>6 >>7 >>8 >>9 >>10 >>11 >>12 >>13 >>14 >>15