^ TOP BACK

ADD LINE @korattheatre

เพิ่มเพื่อน

Login Form

Vinaora Visitors Counter

0051430
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
190
145
1001
48669
280
5142
51430

Your IP: 54.225.3.114
Server Time: 2017-06-23 13:42:31

Articles

หน้า12 ศึกลงกา

7. ศึกลงกา

          ต่อมาพระรามคิดจะสำรวจทางเพื่อจะข้ามไปยังกรุงลงกา จึงคิดที่จะส่งข่าวให้นางสีดารู้ได้สั่งให้   หนุมาน องคต และ ชมพูพาน นำแหวนและผ้าสไบไปให้นางสีดา หนุมานได้ออกเดินทางไปจนถึงกรุงลงกาได้ตามหาทั่วทุกปราสาทราชวังแต่ไม่พบ จึงได้เหาะไปถาม พระฤษีนารท ที่เขา โอฬส จึงรู้ว่านางสีดาถูกพาตัวมาไว้ที่อุทยาน เมื่อมาถึงเห็นทศกัณฐ์กำลังเกี้ยวนางสีดาอยู่ โดยหลอกล่อนางด้วยตำแหน่งเอกอัครมเหสีและทรัพย์ศฤงคารเพื่อให้นางใจอ่อนเมื่อนางปฏิเสธก็ถึงกับยอมก้มลงกราบ นางสีดาทนความรบเร้าและความคับแค้นใจไม่ไหวจึงได้ตัดสินใจออกมาผูกคอตายหนุมานจึงได้เข้าช่วยไว้ทันและถวายแหวน พร้อมบอกข่าวเรื่องที่พระรามกำลังจะเดินทางมาช่วย หลังจากนั้นหนุมานคิดจะหยั่งกำลังของข้าศึกว่ามีฤทธิ์เดชมากน้อยเพียงใด จึงเข้าไปทำลายอุทยานและฆ่าสหัสกุมารลูกของทศกัณฑ์ที่คอยดูแลนางสีดาตายหมด แล้วแกล้งทำให้ทศกัณฑ์จับได้แล้วหลอกให้ฆ่าโดยการจุดไฟเผาตัว เมื่อไฟลุกหนุมานก็ออกวิ่งไปทั่วปราสาทราชวัง จนทำให้ไฟลุกท่วมกรุงลงกาเสียหายยับเยิน ทศกัณฑ์ต้องพามเหสีและนางกำนัลน้อยใหญ่หนีไปอยู่ที่เขาสัตนาเป็นการชั่วคราว จากนั้นได้สั่งให้พระวิษณุกรรมลงมาสร้างเมืองให้ใหม่ เมื่อสร้างกรุงใหม่เรียบร้อยแล้วจึงได้กลับลงมาสร้างเมืองให้ใหม่ เมื่อสร้างกรุงใหม่เรียบร้อยแล้วจึงได้กลับลงมาจัดงานเฉลิมฉลองเป็นการใหญ่

          อีกไม่นานต่อมาทศกัณฐ์ฝันร้ายได้เรียกพิเภกมาทำนาย พิเภกทำนายว่ากรุงลงกาจะเกิดเหตุร้าย และจะสูญเสียเผ่าพงศ์อสุรีไปเป็นจำนวนมาก จึงได้แนะให้ทศกัณฐ์ส่งตัวนางสีดาคืนไป แต่ทศกัณฐ์ไม่ยอม ซ้ำยังสั่งให้ปลดออกจากตำแหน่งและขับไล่พิเภกออกจากเมืองและสั่งให้นางตรีชาดา (ตรีชฎา) มเหสีพิเภก ไปเป็นนางกำนัลรับใช้นางสีดาในอุทยาน พิเภกเมื่อถูกขับไล่ก็หนีไปขออยู่กับพระราม

          ทศกัณฐ์คิดจะตัดศึกพระราม จึงสั่งให้นางเบญกาย ธิดาพิเภก แปลงกายเป็นนางสีดาแกล้งตายลอยมาติดที่ท่าสรง พระรามเห็นก็ตกใจวิ่งเข้าไปอุ้มศพและร้องไห้พร่ำรำพันด้วยความเสียใจจนสลบไป เมื่อฟื้นขึ้นมาจึงได้ด่าว่าหนุมานทำงานเกินสั่งไปเผากรุงลงกาทำให้ทศกัณฐ์เกิดความเคียดแค้นจนถึงกับฆ่านางสีดา แต่หนุมานสังเกตเห็นความผิดปกติว่าไม่ใช่นางสีดา เพราะถ้าเป็นศพของคนตายจริงจะต้องเน่าพองและมีกลิ่นเหม็น และศพตายลอยทวนน้ำขึ้นมา จึงขอพิสูจน์โยการเอาขึ้นเผาไฟ นางเบญกายทนร้อนไม่ไหวก็เหาะหนีไปหนุมานเห็นรีบตามไปจิกผมเอาตัวลงมา พระรามสั่งสอบสวนให้เอาความจริงนางเบญจกายสารภาพถูกทศกัณฐ์ใช้มา พระรามสั่งให้พิเภกผู้เป็นบิดาพิจารณาโทษ พิเภกสั่งให้ประหารชีวิตนาง แต่พระรามยกโทษให้ และสั่งให้หนุมานพาตัวนางไปสั่งที่กรุงลงกา ระหว่างหนุมานได้เข้าเกี้ยวนางและได้นางเป็นภรรยา ต่อมามีบุตรด้วยกันชื่อ อสุรผัด

          พระรามได้ปรึกษาการศึกกับ พระลักษณ์ พิเภก และ เสนาวานรสิบแปดมงกุฎ ชามพูวราชจึงให้แนะให้จองถนนข้ามฝั่งไปยังกรุงลงกา พระรามเห็นชอบด้วยจึงสั่งให้หนุมานและนิลพัทรับผิดชอบร่วมกัน แต่นิลพัทกับหนุมานเกิดทะเลาะวิวาทกัน สาเหตุเพราะนิลพัทนึกเคืองที่หนุมานบังอาจสะกดเอาท้าวชมพู บิดาบุญธรรม ไปถวายพระรามทั้งแท่นบรรทม พระรามจึงลงโทษให้นิลพัทกลับไปรั้งกรุงขีดขิน และรับหน้าที่ส่งเสบียงอาหารมายังกองทัพเดือนละครั้ง ส่วนหนุมานลงโทษโดยการสั่งให้จองถนนให้เสร็จภายในเจ็ดวัน หนุมานรีบเร่งให้เหล่าทหารขนหินโยนลงทะเลทั้งกลางวันและกลางคืนร่วมกัน นิลราช ทศกัณฐ์รู้ข่าวรีบสั่งให้ นางสุพรรณมัจฉา ธิดาของตนที่เกิดกับนางปลา ให้พาบริวารมาคาบก้อนหินไปทิ้ง หนุมานสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่ก้อนหินยุบหายไปเรื่อยๆ จึงได้ดำน้ำลงไปดู เห็นนางสุพรรณมัจฉาและบริวารกำลังคาบหินไปทิ้ง จึงชักตรีออกไล่จับนาง เมื่อจับได้นางจึงได้สารภาพและยอมคาบหินมาไว้ดังเดิม พร้อมทั้งสั่งให้บริวารช่วยจองถนนให้เรียบร้อย แต่มาหนุมานได้เข้าเกี้ยวนางและได้นางเป็นภรรยา นางสุพรรณมัจฉาได้ตั้งครรภ์และเกรงบิดาจะรู้จึงได้ไปสำรอกออกที่ริมทะเล บรรดาเทวดาเห็นก็สงสารจึงมาช่วยกันดู และตั้งชื่อให้ว่า มัจฉานุ เมื่อไมยราพ แห่งกรุงบาดาลมาพบเข้าจึงนำไปเลี้ยงไว้เป็นบุตรบุญธรรม

          เมื่อจองถนนเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระรามได้ยกทัพข้ามฝั่งมายังกรุงลงกา ได้จัดตั้งฐานทัพที่เขามรกตและได้ลาพรตได้ส่งองคตเข้าไปเป็นทูตเจรจา ขอให้ทศกัณฐ์ส่งนางสีดาคืน แต่ทศกัณฐ์ไม่ยอมสั่งให้นางมณโฑผู้เป็นมารดาออกมาเจรจา แต่องคตไม่ยอมเพียงแต่ขอถวายบังคมเท่านั้น ทศกัณฐ์จึงได้สั่งให้สี่เสนา เข้ารุมทำร้ายองคต แต่ถูกองคตฆ่าตาย ทศกัณฐ์แค้นใจจึงไปยก ฉัตรแก้ว มาบังกรุงลงกาไว้ให้มืดมือเพื่อมิให้ศัตรูเห็น แต่สุครีพได้อาสาขึ้นไปหักฉัตรนั้นได้

          ทศกัณฑ์คิดจะจำกัดฆ่าศึกจึงคิดไปปรึกษากับไมยราพแห่งกรุงบาดาลให้มาช่วย ไมยราพได้ช่วยโดยการสะกดทัพของพระรามและลักพาตัวพระรามไปยังกรุงบาดาลเพื่อสังหารโดยการต้มในน้ำเดือด หนุมานรู้รีบตามลงไปช่วย ระหว่างทางได้พบกับมัจฉานุบุตรของตนจนเกิดการสู้รบแต่ไม่มีใครแพ้ชนะกันหนุมานสงสัยจึงได้ถามเอาความจริงว่าเป็นใคร เมื่อรู้ประวัติจึงได้บอกมัจฉานุว่าตนนั้นเป็นบิดาแต่มัจฉานุไม่ยอมเชื่อ

                   เหม่เหม่ดูดูกระบี่ศรี                 มุสาวาทีก็เป็นได้

                   ถ้อยคำหยาบช้าไม่เกรงใจ           ใครจักเชื่อฟังวานร

                   แม้นหาวเป็นดาวเดือนตะวัน        ให้เห็นสำคัญประจักษ์ก่อน

                   เราจึงจะเชื่อว่าบิดร                 ทหารพระสี่กรอวตาร ฯ

     หนุมานจึงได้เหาะขึ้นไปแล้วหาวเป็นดาวเป็นเดือนให้ลูกเห็น มัจฉานุจึงเชื่อตามที่แม่เคยสั่งไว้แต่ไม่ยอมบอกทางเข้ากรุงบาดาลเพราะมีความกตัญญูต่อไมยราพ เพียงแต่พูดให้เข้าใจว่า

                   บิดาลงมาทางไหน                   ทางนั้นจะไปยังมีอยู่

                   จงเร่งพินิจพิศดู                      ก็จะรู้ด้วยปรีชาญาณ ฯ

 

 

Page >>1 >>2 >>3 >>4 >>5 >>6 >>7 >>8 >>9 >>10 >>11 >>12 >>13 >>14 >>15