^ TOP BACK

ADD LINE @korattheatre

เพิ่มเพื่อน

Login Form

เนื้อหา

หน้า9 กำเนิดมณโฑเทวี องคต และอินทรชิต(ต่อ)

กำเนิดมณโฑเทวี องคต และอินทรชิต(ต่อ)

          พระอิศวรได้ยินก็นึกรู้ด้วยพระปรีชาขององค์เองว่า เป็นฝีมือของวิรูฬหกนั่นเอง จึงได้เรียกหาให้ทศกัณฐ์ ขึ้นไปเฝ้าและช่วยชะลอให้ตั้งตรงดังเดิม ด้วยความชอบนี้เองทำให้ ทศกัณฐ์ คิดกำเริบขอประทานพระอุมาภควดี พระอิศวรไม่อาจขัดได้จึงประทานให้ บรรดาเทพธิดานางฟ้ารู้เข้าก็ตกใจรีบไปทูล พระนารายณ์ให้ทรงทราบ พระนารายณ์จึงได้แปลงกายเป็นยักษ์แก่ไปคอย ดักต้นทางที่ทศกัณฐ์จะต้องผ่าน แล้วแกล้งปลูกต้นไม้ทรงทราบ พระนารายณ์จึง ได้แปลงกายเป็นยักษ์แก่ไปคอย ดักต้นทางที่ทศกัณฐ์จะต้องผ่าน แล้วแกล้งปลูกต้นไม้โดยแกล้งเอายอดลง ทศกัณฐ์ มองเห็นก็ด่ายักษ์แก่โฉดไม่รู้ภาษาปลูกต้นไม้เอายอดลงแต่ยักษ์แก่กลับด่าตอบว่า ทศกัณฐ์นั่นแหละโฉดเขลา เพราะหญิงดีมีอยู่มากมายไม่ทูลขอกลับไปขอหญิงกาลกิณีที่จะไปผลาญโคตรวงษ์ยักษ์ของตนให้สูญสิ้น ทศกัณฑ์ได้ยินก็ได้ยินก็เห็นจริง เพราะตนถูกต้องพระอุมาไม่ได้เพราะกายร้อน จึงได้ถามว่าหญิงดีที่ว่านั้นอยู่ที่ไหน พระนารายณ์จึงได้บอกว่า ชื่อนางมณโฑเทวี เป็นนางกำนัลของพระอุมาอยู่ที่เขาไกรลาสนี่เอง ทศกัณฐ์ได้ยินจึงได้นำพระอุมากลับมาคืนและเปลี่ยนเป็นนางมณโฑไปแทน

          เมื่อทศกัณฑ์ได้รับนางมณโฑแล้วก็รีบพากลับไปยังกรุงลงกา ระหว่างทางได้เหาะผ่านกรุงขีดขิน พระยาพาลีเห็นทศกัณฑ์ผ่านมาก็นึกโกรธจึงเหาะขึ้นต่อสู้ และแย่งตัวเอานางมณโฑมาเป็นของตน ทศกัณฐ์ แพ้เมื่อกลับไปถึงกรุงลงกานั่งนึกเสียใจและเสียดายนางมณโฆอยู่นาน ในที่สุดจึงได้ปรึกษากับ พระฤษีโคบุตร อาจารย์ของตน พระฤษีโคบุตรจึงได้แนะให้ไปหาพระฤษีอังคต อาจารย์ของพาลีให้ช่วยเจรจาให้ พาลียอมคืนให้แต่นางมณโฑได้ตั้งครรภ์เสีย พระฤษีอังคตจึงได้ทำพิธีแหวะเอาทารกในครรภ์ออกมาฝากท้องนางแพะไว้ เมื่อครบกำหนดจึงทำพิธีแหวะเอาทารก ออกจากท้องนางแพะและตั้งชื่อให้กุมารน้อยนั้นว่า องคต

          เมื่อองคตอายุได้สิบปี พาลีจึงคิดทำพิธีสรงน้ำให้ลูกในแม่น้ำยมนา ทศกัณฐ์เมื่อรู้ข่าวจึงคิดกำจัดเพราะไม่ต้องการให้ใครให้ใครรู้ว่ามเหสีของตนมีลูกกับวานรจึงได้แปลงกายเป็นปูยักษ์มาซ่อนอยู่ในแม่น้ำแต่ถูกพาลีจับได้ สั่งให้ทหารจับตัวมัดมาให้องคตลากเล่นและกินข้าวเหลือเดนนางกำนัลวันละปั้นทุกเวลา เป็นเวลาเจ็ดวันจึงปล่อยตัวไป เมื่อกลับมาถึงกรุงลงกา ทศกัณฐ์ก็มานั่งคิดด้วยความน้อยอกน้อยใจว่าตนเป็นถึงพระยาทศเศียรมีฤทธานุภาพสามารถปราบได้ทั่วทั้งไตรจักรแต่กลับต้องมาแพ้เทพอรชุนและวานรถึงสองครั้ง หากภายหน้าจะต้องรบกับศัตรูอีกก็จะต้องเสียชีวิตเป็นแน่แท้จึงได้ไปปรึกษากับพระฤษีโคบุตรให้ถอดดวงใจออกจากร่างเพื่อจะได้เป็นอมตะใครฆ่าก็ไม่ตาย พระฤษีเห็นด้วยจึงได้ทำพิธีถอดดวงใจแล้วนำไปเก็บไว้ในกุฎีกลางป่าลึก

          ทศกัณฐ์เมื่อทำพิธีถอดใจออกจากร่างแล้วรู้ว่าไม่มีใครฆ่าได้ก็รู้สึกฮึกเหิมไม่คิดเกรงกลัวผู้ใด วันหนึ่งเห็นกุเปรัน เจ้าเมืองกาลจักรซึ่งเป็นพี่ชายต่างมารดาขึ้นบุษษกแก้ว ซึ่งได้รับประทานจาก ท้าวลัสเตียนผู้เป็นบิดา ขึ้นไปเฝ้าพระอิศวรก็นึกอิจฉาและอยากได้ จึงได้เข้าแย่งและเกิดการต่อสู้กัน กุเปรันสู้ไม่ได้ถูกตีด้วยกระบองเลือดอาบไปทั่วกาย จึงวิ่งหนีขึ้นไปร้องไห้พระอิศวรช่วย พระอิศวรได้ยินเสียงร้องจึงมองลงไปแลเห็นทศกัณฐ์วิ่งไล่กุเปรันเข้ามาจนถึงที่ประทับโดยไม่คิดเกรงกลัว ก็ไม่พอใจจึงได้ถอดงาช้างขว้างออกไปปักถูกอกทศกัณฐ์แล้วสาปว่า ให้ติดอยู่กับอกตลอดไปจนกว่าจะตายงานี้จึงจะหลุดอกทศกัณฐ์ตกใจรีบหนีออกมาขี้นบุษบกแก้วกลับกรุงลงกาทันที เมื่อถึงได้สั่งให้พระวิษนุกรรมมาเลื่อยงาออกให้เรียบเสมอกับอก แล้วทำเครื่องประดับมาปิดไว้ ต่อจากนั้นก็ออกเที่ยวไปด้วยความสำราญบานใจได้ไปเที่ยวสมสู่กับนางปลาจนมีธิดาชื่อ สุพรรณมัจฉา กับนางคชสารมีบุตรชื่อ ทศคีรีวัน และ ทศคีรีธรกับสนมพันตนมีบุตรชื่อ สหัสกุมาร กับสนมสิบตนมีบุตรชื่อ สิบรถ 

          นางมณโฑ เมื่อมาอยู่กับทศกัณฐ์ก็ให้กำเนิดโอรสชื่อ รณพักตร์ (อินทริต) เมื่อเจริญวัยได้ขอลาไปศึกษาวิชาศิลปศาสตร์กับพระฤษีโคบุตร เมื่อสำเร็จวิชาแล้วพระฤษีได้บอกพระเวทที่มีชื่อว่า มหากาฬอัคคี ได้ไปบูชาเทพเจ้าทั้งสามโโยการนั่งบริกรรมบำเพ็ญตบะกิจที่เขาโพกาศเป็นเวลาถึงเจ็ดปี ในที่สุดเทพเจ้าทั้งสามได้มาปรากฎกายอยู่เฉพาะหน้า รณพักตร์จึงได้ทูลขออาวุธและพร พระอิศวรได้ประทานศรพรหมาสตร์ และพบอกเวทมนตร์ให้แปลงกายเป็นพระอินทร์ได้ พระพรหมได้ประทานศรนาคบาศ และให้พรว่า หากจะตายขอให้ตายบนอากาศและไม่ให้ศีรษะตกถึงพื้นดิน เพราะจะทำให้เกิดไฟบรรลัยกัลป์ลุกขึ้นที่นั่น และพระนารายณ์ได้ประทานศรวิษณุปาณัม

          ต่อมาทศกัณฐ์คิดอยากจะเป็นใหญ่ เพราะถือว่าตนมีฤทธิ์และได้จักรแก้วของพระอิศวรอีกทั้งรณพักตร์ก็ได้ประทานพรและอาวุธจากพระเป็นเจ้าทั้งสามแล้ว จึงได้ส่งรณพักตร์ไปรบกับพระอินทร์และได้รับชัยชนะทำให้ทศกัณฐ์เกิดความกระหยิ่มลำพองใจยิ่งนัก

 

                                สวมกอดองค์พระลูกไว้                         เจ้าผู้ฤทธิไกรแกล้วกล้า

                                ควรเป็นปิ่นอสุรา                              สืบสุริยวงศาในเมืองยักษ์

                                พ่อจงทรงนามว่าอินทรชิต                     ให้เลื่องชื่อลือฤทธิ์ว่าไตรจักร

                                ตามในนิมิตรของลูกรัก                        ซึ่งโหมหักมีชัยแก่เทวัญฯ

 

 

Page >>1 >>2 >>3 >>4 >>5 >>6 >>7 >>8 >>9 >>10 >>11 >>12 >>13 >>14 >>15