^ TOP BACK

Login Form

Vinaora Visitors Counter

0038650
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
121
94
309
37592
3033
3392
38650

Your IP: 54.159.145.68
Server Time: 2017-03-28 20:52:33

Articles

หน้า8 กำเนิดพาลี สุครีพ และ หนุมาน

กำเนิดพาลี สุครีพ และ หนุมาน (ต่อ)

          วันหนึ่งหนุมานได้ซุกซนเข้าไปหักกิ่งไม้และต้นไม้ในสวนของ พระอุมา ตามประสาลิงจนเกลื่อน เลอะเทอะเต็มไปหมด พระอุมามาพบเข้าพอดีก็กริ้ว จึงได้สาปให้หนุมานมีกำลังน้อยถอยลงกึ่งหนึ่ง หนุมานได้เข้าไปทูลขอโทษและขอให้ถอนคำสาปแต่พระอุมาพบเข้าได้ลั่นวาจาออกมาแล้วมิอาจคืนคำได้ จึงได้แต่เพียงให้พรว่า วันใดที่พระนารายณ์อวตารลงมาปราบยักษ์ ได้ลูบหลังจนถึงหางแล้ว ก็จะพ้นคำสาป ต่อมาพระพายได้พาหนุมานไปเข้าเฝ้าพระอิศวร พระอิศวรได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาคาถา มหามนตร์การแปลงกายอื่นๆ จนมีฤทธานุภาพสามารถปราบศัตรูได้ทั่วทั้งไตรจักร แล้วสั่งให้อยู่กรุงขีดขินกับพระยากาศ และ สุครีพ

          กล่าวถึงอสูรเทพตนหนึ่ง ชื่อ รามสูร มีฤทธิ์เดชมากและนิสัยชั่วร้ายอยู่สวรรค์ชั้น จาตุมหาราชิก มีขวานเพชรเป็นอาวุธคู่กาย เมื่อถึงเทศกาลวสันต์ เหล่าเทพเทวาและ นางฟ้าต่างก็ออกมาจับระบำฟ้อนด้วยความสนุกสนานรื่นเริง รวมทั้งนางมณีเมขลาก็ได้ถือดวงแก้วมณีออกมาร่วมงานด้วย รามสูรเห็น ดวงแก้วมีแสงส่องประกายวาววับก็อยากได้ จึงเข้าแย่ง นางมณีเมขลาเห็นก็มิได้นึกกลัว กลับรำ หลอกล่อจนรามสูรโกรธได้กวัดแกว่งขวานเข้าไปแล้วขว้างใส่นาง นางตกใจรีบหนี ระหว่างทางได้พบกับเทพอรชุน เทพอรชุนเสียชีวิตทันที ร้อนถึงพระอิศวรต้องประกาศหาผู้ที่จะมาชะลอให้ตั้งตรงดังเดิม พระยากากาศและสุครีพได้อาสามาช่วยให้ตั้งตรงได้ พระอิศวรมีความยินดียิ่งนัก จึงได้ประทานความดีความชอบให้กับพระยากาศ เป็นพระยาพาลี พร้อมทั้งประทาน ตรีเพชร ให้เป็นอาวุธคู่กาย สำหรับสุครีพ ได้ประทานผอบแก้วใส่นางดาราวดีไปช่วยให้ตั้งตรงได้ พระอิศวรมีความยินดียิ่งนักก็เกิดความรักและหลงใหล จึงได้เข้าเกี้ยวนางและได้นางเป็นชายาเสียเอง

          เมื่อสิ้นท้าวทศรถจึงได้ครองกรุงอยุทธยาสืบต่อมา ท้าวทศรถมีมเหสีสามองค์นามว่า เกาสุริยา ไกยเกษี และสมุทรชา

 3.กำเนิดมณโฑเทวีเทวี องคต และ อินทรชิต

          กล่าวถึงพระฤษีสี่องค์ ชื่อ อนันตา วชิรา วิสูตรและมหาโรมสิงห์ บำเพ็ญตบะอยู่ที่ เขาหิมพานต์ เป็นเวลาสามหมื่นปี บริเวณใกล้ๆ กับอาศรมที่บำเพ็ญพรตนั้น มีโคนมห้าร้อยตัวอาศัยอยู่ ทุกเช้านางโคนมเหล่านี้ จะพากันมาหยดน้ำนมไว้ในอ่าง พระฤษีทั้งสี่ได้อาศัยฉันน้ำนมนี้เป็นอาหารอยู่เสมอมา ที่เหลือก็ให้ทานนางกบที่มาอาศัยอยู่ข้างอาศรมนั้นด้วย ต่อมามี ธิดาพญากาลนาค แห่งกรุงบาดาลเกิดความกำหนัดอยากจะสมสู่กับชาย จึงได้แทรกกายขึ้นมาบนพื้นดิน แล้วเนรมิตกายเป็นสาวน้อยแรกรุ่นสวยงาม เดินชมป่าเขาลำเนาไพรเพื่อหาชายหนุ่มมาไว้เป็นคู่เชยชม แต่ไม่พบ บังเอิญเหลือบแลแปรไปเห็นงูดินตัวผู้ตัวหนึ่ง จึงได้คืนร่างเป็นนาคตามเดิม เข้าไปสมสู่กับงูดิน พระฤษีทั้งสี่เดินทางมาพบเข้าก็นึกประหลาดใจที่เหตุไฉนนางนาคจึงได้ลดตัวลงมาเกลือกลั้วกับงูดินที่ต่ำพงศ์กว่าจึงเอาไม้เท้าไปเคาะที่ขนดหางของนาง แต่นางยังไม่รู้สึกตัว จึงเคาะซ้ำลงไปอีกที่กลางตัว นางนาคตกใจหันมาพบพระฤษีทั้งสี่ก็เกิดความอาย จึงรีบแทรกกายหนีกลับคืนไปลงไปยังบาดาล และนึกเกรงว่าบิดาจะรู้เข้าจึงคิดหาทางกำจัดพระฤษีทั้งสี่ ด้วยการคายพิษไว้ที่อ่างน้ำนม เมื่อพระฤษีฉันเข้าไปจะได้ตาย ว่าแล้วนางก็รีบกลับขึ้นมา

                                      ครั้นถึงศาลาอาศรม                    เห็นอ่างน้ำนมพระฤษี

                                      คายพิษลงไว้ทันที                       เสร็จแล้วเทวีกลับไป ฯ

          นางกบซึ่งอาศัยอยู่บริเวณนั้นเห็นเข้า เกรงว่าพระฤษีทั้งสี่จะได้รับอันตราย จึงได้กระโจนไปตายในอ่างน้ำนม พระฤษีกลับมาเห็นนางกบตายอยู่ในอ่างก็นึกแปลกใจที่นางกบเกิดตะกละด้วยความโลภ ถึงกับกินน้ำนมจนตาย จึงได้ชุบชีวิตนางกบขึ้นมาสอบถามเอาความจริง เมื่อรู้เรื่องก็นึกถึงคุณงามความดีและความกตัญญูของนางจึงได้ทำพิธีชุบนางให้กลายเป็นมนุษย์

                                      เกิดเป็นกัลยาวิลาวัลย์                  งามวิจิตรพิศพรรณขวัญตา

                                      งามพักตร์ยิ่งชั้นมหาราช                งามวิลาสล้ำนางในดึงสา

                                      งามเนตรดั่งเนตรมายา                  งามนาสิกล้ำในดุษฎี

                                      งามโอษฐ์งามกรรณงามปราง            ยิ่งนางในนิมารศี

                                      งามเกศยิ่งเกศกัลยาณี                  อันมีในชั้นนิรมิต

                                      ทั้งหกห้องฟ้าไม่หาได้                   ด้วยทรงลักษณ์วิไลไพจิตร

                                      ใครเห็นเป็นที่เพ่งพิศ                    ทั้งไตรภพจบทิศไม่เทียบทันฯ

แล้วตั้งชื่อให้ว่า มณโฑเทวี และได้นำตัวไปเฝ้าพระอิศวร พระอิศวรมีเมตตาทรงรับไว้ แล้วประทานให้นาง อุมาภควดี มเหสีของตนไว้เป็นนางกำนัลคอยรับใช้

          กล่าวถึง พระยากาลนาค ครองกรุงบาดาล มีความเกลียดชัง ท้าวสหมลิวัน พญายักษ์ในบาดาลเป็นยิ่งนักจึงคิดยกทัพไปปราบ ท้าวสหมลิ วันรู้ข่าวศึกรีบส่งสารไปขอให้ ท้าวลัสเตียนแห่งกรุงลงกามาช่วย เมื่อท้าวลัสเตียนยกทัพมาถึงกรุงบาดาลได้รบกับพระยากาลนาค พระยากาลนาครู้สึกในบุญคุณจึงได้ยกธิดาของตนชื่อ กาลอัคคี ให้กับท้าวลัสเตียน ท้าวลัสเตียน ท้าวลัสเตียนรับไว้แล้วประทานให้กับทศกัณฐ์โอรสของตนเป็นมเหสี นางกาลอัคคีได้ให้กำเนิดโอรสกับทศกัณฐ์ ชื่อ บัลลัยกัลป (บัลลัยกัลป์) ต่อมาไม่นาน ท้าวลัสเตียนสวรรคตได้ยกราชสมบัติให้กับทศกัณฐ์

          กล่าวถึงท้าววิรูฬหก ครองกรุงบาดาล อยู่ระหว่างเขาตักูฏได้ขึ้นไปเฝ้า พระอิศวรปีละ เจ็ดครั้งเป็นประจำเสมอมา วันหนึ่งได้ขึ้นไปเฝ้าตามปกติ เมื่อถึงเขาไกรลาส สำคัญผิดคิดว่าพระอิศวรกำลังออกอสูรเทวาอยู่ ณ มุขมหาพิมานชัยจึงค่อยๆ ก้มถวายบังคมไปทุกขั้นบันได ที่บริเวณนั้นมี สารภู (ตุ๊กแก) ตัวหนึ่ง อาศัยอยู่บนยอดภูผามาช้านาน ได้มองเห็นวิรูฬหกถวายบังคมมาทุกขั้นบันได ก็ร้องทักว่าตุ๊กแก ทุกครั้ง วิรูฬหกก็นึกเคืองอยู่ในใจ จนกระทั่งถึงขั้นสุดท้าย

                                      แลไปไม่เห็นพระศุลี                      บนที่เนาวรัตน์ประภัสสร

                                      ก็ถอดสังวาลนาคอลงกรณ์              ขว้างด้วยฤทธิรอนขุนมาร

                                      ถูกเขาไกรลาสลั่นทรุด                  สารภูสิ้นสุดสังขาร

                                      มิได้เฝ้าองค์พระทรงญาณ               ก็กลับไปบาดาลพารา ฯ

 

 

Page >>1 >>2 >>3 >>4 >>5 >>6 >>7 >>8 >>9 >>10 >>11 >>12 >>13 >>14 >>15