^ TOP BACK

Login Form

Vinaora Visitors Counter

0038637
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
108
94
296
37592
3020
3392
38637

Your IP: 54.159.145.68
Server Time: 2017-03-28 20:50:57

Articles

หน้า 5 กำเนิดราชวงศ์อยุธยาและลงกา

1.กำเนิดราชวงศ์อยุธยา และ ลงกา

               เริ่มเรื่องกล่าวถึงอสูรตนเหนึ่ง ชื่อ หิรันตยักต์

                                       มาจะกล่าวบทไป                           ถึงหิรันตยักษ์แกล้วกล้า

                                       ห้าวหาญชาญณรงค์ฤทธา                ปรากฏเลื่องชื่อลือขจร

                                       อยู่ยังยอดเข้าจักรวาล                     ในพิมานทิพย์รัตนประภัสสร

                                       ฤษีเทวาวิชาธร                            เกรงฤทธิรอนทั้งโลกา

                                       ด้วยเพื่อนตั้งกิจพิธี                        วินันตกคีรีภูผา

                                       พระเป็นเจ้าให้พรอสุรา                    รุ่งเรื่องฤทธากล้านัก

                                       อหังการอิ่มเอิบ กำเริบใจ                  จะพลาญให้บรรลัยทั้งไตรจักร

                                       สำแดงแผลงฤทธิ์ฮึกอัก                    ขุนยักต์ไล่ม้วนแผ่นดินฯ

          เมื่อหิรันตยักต์ม้วนเอาแผ่นดินทั้งสามทวีป หนีบใส่รักแร้พาลงไปยังเมืองบาดาล บรรดาเทวดานางฟ้า ต่างได้รับความเดือนร้อนกันไปทั่วหน้า จึงได้รีบพากันมาทูลให้พระอิศวรทรงทราบ พระอิศวรจึงสั่งให้พระนารายณ์ไปปราบ พระนารายณ์ได้แปลงกายเป็นสุกรไปไล่ขวิดเอาแผ่นดินมาไว้ที่เดิม แล้วเสด็จกลับมาบรรทมเหนือหลังพญา อนันตนาคราช ณ กระเษียรสมุทรไท ได้สะกดใจร่ายเวทพิธีการบังเกิดเป็นปทุมเกสรขึ้นที่พระอุทร มีกุมารองค์หนึ่งบังเกิดขึ้นในดอกบัวนั้น พระนารายณ์ทรงอุ้มกุมารองค์น้อยนั้นขึ้นไปเฝ้า พระอิศวร พระอิสราจึงได้สั่งให้เทวดาลงมาสร้างเมืองขึ้นใหม่ในเขตป่าทวาราวดี ซึ่งมีพระฤษีสี่องค์นามว่า อจนคาวี ยุคอัคระ ทหะ และ ยาคมุนี บำเพ็ญบะอยู่นานถึงแสนปี ครั้นสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงให้นามเมืองที่สร้างขึ้นใหม่ตามชื่อป่า และอักษรตัวแรกของพระฤษีทั้งสี่ว่าทวาราวดีศรีอยุทธยา แล้วตรัสสั่งกุมารน้อย ซึ่งเรียกว่า นัดดาพระศุลี ลงมาครองเป็นปฐมกษัตริย์แห่ง กรุงอยุทธยา นามว่าอโนมาตัน ได้ประทานเทพอาวุธ ซึ่งได้แก่ ศร ตรีเพชร คฑา และธำมรงค์ รวมทั้ง นางมณีเกสร นางแห่งทวีปอุดรมาเป็นมเหสี ครองสมบัติมา ด้วยความสุขสวัสดีถึงหมื่นปีก็สวรรคต ได้มอบให้ ท้าวอัชบาล โอรสครองต่อมากับ นางเทพอัปสร ท้าวอัชมีโอรสนามว่า ทศรถ

            กล่าวถึงเกาะรังกา ซึ่งสหบดีพรหม ได้ให้สหมลิวัน ไปครองอยู่นาน แต่ต่อมาสหมลิวัน ได้หนีไปอยู่เมืองบาดาล ทิ้งให้เกาะรังการ้างผู้ปกครอง สหบดีพรหมคิดเสียดายวงศ์พรหมจะสูญสิ้นไป จึงคิดสร้างเมืองใหม่ ได้สั่งให้ พระวิษณุกรรม ลงไปเนรมิตให้สวยงาม แล้วตั้งชื่อเสียใหม่ว่า กรุงลงกา แล้วให้ ธาดาพรหม ลงไปครองแทน อภิเษกใหม่ว่า จตุพักตร์ มีมเหสีชื่อ นางมลิกา ได้ประทานอาวุธ ซึ่งได้แก่ คฑา ตรีศูล และ ฉัตรแก้ว ซึ่งมีอานุภาพสามารถบังแสงอาทิตย์ให้มืดมิดราวกับกลางคืน ทำให้ศัตรูไม่สามารถมองเห็นฝ่ายตนได้แต่สามารถมองเห็นข้าศึกได้ ต่อมานางมลิกาได้ให้กำเนิดโอรสชื่อลัสเตียน

           กล่าวถึงสหมลิวัน เมื่อลงไปอยู่เมืองบาดาลรู้ข่าวว่า ท้าวจตุรพักตร์ได้ครองกรุงลงกาต่อมาก็มีความยินดี จึงได้รีบขึ้นมาเฝ้า พร้อมทั้งนำบุษบกแก้ว ยานวิเศษมามอบให้ ซึ่งบุษบกแก้วนี้สามารถล่องลอยไปไหนมาไหนก็ได้แล้วแต่ใจของผู้นั่ง ยกเว้นสตรีที่เป็นหม้ายขึ้นนั่งแล้วจะไม่ลอย

           ท้าวจตุรพักตร์ครองราชย์สมบัติมาได้หกหมื่นปีก็สวรรคต ท้าวลัสเตียน โอรสได้ครองต่อมามีมเหสีห้าองค์ด้วยกัน คือ นางศรีสุนนทา มีโอรสชื่อ กุเปรัน นางจิตมาลี (จิตมาลา) มีโอรสชื่อ ทัพนาสูร (เทพนาสูร) นางสุวรรณมาลัย มีโอรสชื่อ อัศธาดา นางวรประไภ มีโอรสชื่อ มารัน นางรัชฎา มีโอรส และธิดารวม 7 องค์ คือ ทศกัณฐ์ กุมภกรรณ พิเภท ขร ทูษณ์ ตรีเศียร และ นางสำมนักขา

           กล่าวถึงยักต์ตนหนึ่งนามว่า อสุรพักตร์ (อสุรพรหม) มีวิมานสถิตอยู่ที่เนินเขาจักรวาลมีความทะเยอทะยานอยากเป็นใหญ่กว่าเทวดาและนางฟ้าทั้งหลายทั้งปวง จึงได้ขึ้นไปเฝ้าพระอิศวรอยู่เป็นประจำเพื่อให้โปรดปราน เมื่อได้โอกาสจึงได้ทูลขอกระบองและพร ว่าอย่าให้ใครสู้ได้ พระอิศวรประทานให้ตามที่อสุรพักตร์ขอ มาลีวัคคพรหม ซึ่งเป็นพรหมองค์หนึ่งรู้เข้าก็ตกใจ เกรงว่าอสุรพัตร์ จะไปกำแพงอาวุธให้กับท้าวอัชบาลไว้เพื่อปราบศัตรูร้าย พระอิศวรเห็นชอบด้วยจึงประทาน พระขรรค์กับพรให้มาลีวัคคพรหม นำไปมอบให้กับท้าวอัชบาล ท้าวอัชบาลได้พบกับมาลีวัคคพรหมก็เกิดความรักใคร่สมัครสมานกัน จึงได้สัญญาเป็นสัมพันธมิตรต่อกัน ต่อมาอสุรพักตร์ ได้กำเริบและแผลงฤทธิ์ตามนิสัยสันดานเดิม ได้นำกระบองไปเที่ยวไล่ตีบรรดาเทวดา นางสวรรค์ คนธรรพ์ ตลอดจนฤษีชีไพรก็ไม่เว้นได้รับอสุรพักตร์จนสิ้นชีวิต แล้วตัดเศียร์ นำมาไว้และสาปให้เฝ้าอุทยานที่กรุงอยุธยา

           มาลีวัคคพรหม เมื่อได้ผูกสัมพันธมิตรกับท้าวอัชบาลแล้วจึงได้คิดกลับไปยังเขายอดฟ้าวิหารของตนได้เข้าเฝ้าพระอิสวรเพื่อทูลลา ก่อนลาจากไปได้ทูลขอพรให้ตนมีวาจาสิทธิ์ พระอิศวรพิจารณาเห็นมาลีวัคคพรหมเป็นผู้ที่มีศีลสัตย์ จึงได้ประทานให้ตามที่ขอ  

                                            ท่านประสงค์จงได้เหมือนใจนึก                           ดั่งเหล็กเพชรจารึกแผ่นผา

                                            แล้วให้นามตามเทพสมญา                              ชื่อมาลีราชฤทธิรอน

                                            จงเป็นใหญ่แก่ฝูกคนธรรพ์                              เทวากุมภัณฑ์ในสิงขร

                                            เสวยสุขอยู่ทุกนิรันดร                                  โดยพรเราประสิทธิ์ประสาทไป ฯ

 

Page >>1 >>2 >>3 >>4 >>5 >>6 >>7 >>8 >>9 >>10 >>11 >>12 >>13 >>14 >>15